Speakout : เมื่อฉันไฟว่กับอาจารย์หื่น

สิงหาคม 2560 นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรเรียกร้องให้เอาผิดอาจารย์ที่ล่วงละเมิดทางเพศ เราอยากรู้ว่าตอนนั้นพวกเธอคิดอย่างไร ตอนนี้คิดอย่างไร มีอะไรจะบอกกับคนทั่วไปบ้าง พอจะสรุปจากต้นจนจบได้ไหมว่าเป็นยังไงบ้าง ในมุมมองของเรา หลังจากที่รู้ตัวเองแล้วว่าถูกอาจารย์อาวุโสคนนี้หลอก ก็รู้สึกแย่กับตัวเองที่มองโลกในแง่ดีเกินไป เราเคยเชื่อมั่นว่าอาจารย์อาวุโสคนนี้เป็นคนดีด้วยภาพลักษณ์ของเขาตั้งแต่เข้าเรียนใหม่ๆ แม้แต่ตอนที่เกิดเหตุการณ์ในห้องพักอาจารย์ (ตอนนั้นเรียนปี 2 แล้ว) ก็ยังเชื่อว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด ที่ผ่านมาเรียนกับอาจารย์คนนี้ เขาอบอุ่นใจดี ไม่เคยทำให้เราสงสัยถึงพฤติกรรมใดๆ เราเสียท่าเพราะคิดไม่ถึงจริงๆนะ ตอนนั้นเรารู้สึกกลัวและทำตัวไม่ถูก ได้แต่เดินถอยหนีในตอนที่เขาคะยั้นคะยอให้ถอดเกาะอกและกางเกงให้เปลือยทั้งหมด ตอนที่มหาลัยบอกว่าเอาผิดไม่ได้นี่รู้สึกยังไง การที่สุดท้ายแล้วทางมหาวิทยาลัยประกาศว่า ไม่สามารถดำเนินเอาผิดทางวินัยได้ เนื่องจากเป็นเพียงอาจารย์สอนพิเศษ เราบอกตรงๆว่าโกรธมาก  เรารู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพราะไม่ใช่แค่เราที่โดนอาจารย์คนนี้หลอกไปถ่ายแบบนางในวรรณคดี แต่มีเพื่อนๆ รุ่นน้อง และมีเด็กจากมหาลัยอื่นๆที่โดนอีก เราว่าบุคคลคนนี้ควรเผยชื่อจริง นามสกุล และหน้าตาที่แท้จริงออกมาให้สังคมได้รับรู้โดยทั่วกันว่าเขาไม่มีคุณสมบัติที่คู่ควรต่อการเป็นอาจารย์อีกต่อไป เราว่าการไม่เปิดเผยชื่อ และหน้าตาทำแบบนี้เขาอาจจะไปทำแบบนี้กับเด็กมหาลัยอื่นๆอีกได้ ถ้ามหาวิทยาลัยปล่อยคนแบบนี้แฝงเข้ามาเป็นครูด้วยความไม่รอบคอบแล้วยังปล่อยให้เขาลอยนวลอยู่ในสังคมต่อไปได้โดยไม่มีใครรู้ถึงความอันตราย ทำได้อย่างไร   ตอนที่เจอเหตุการณ์ใหม่ๆ รู้สึกกังวลกับอะไรบ้าง   ทำอะไรไม่ถูกจริงๆค่ะ อ้ำอึ้งยืนตัวแข็งอยู่ในห้อง นึกย้อนกลับไปก็หงุดหงิดตัวเองในความไม่มีไหวพริบ ไม่ทันคน ถ้ารู้แบบนี้น่าจะรีบแต่งตัวแล้ววิ่งหนีออกมาทันที เรากลัวว่ามันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ เพราะเขาเอารูปของเราไปล้างที่ร้านล้างรูปทั่วไป ซึ่งหมายความว่าจะมีคนอื่นเห็นภาพของเราในลักษณะโชว์สัดส่วนซึ่งเราไม่ได้เต็มใจและไม่ยินดีที่จะให้ใครเห็น เราโกรธและกังวลใจอยู่ตลอดเพราะอย่างร้ายๆ รูปของเราอาจไปตกอยู่ในมือของคนที่หากินกับเว็บสื่อลามกได้   มีอะไรเป็นอุปสรรคที่ทำให้ไม่กล้าไปแจ้งความบ้าง…

Speakout : เมื่อฉันถูกแอบถ่าย

เห็ด (นามสมมติ) เป็นนักศึกษาสาวจากสถาบันศิลปะชื่อดังย่านวังท่าพระ สองสามปีที่แล้วเธอถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนแอบถ่ายคลิปตอนอาบน้ำในหอพัก หลังรู้ตัวเธอใช้เวลารวบรวมความกล้าอยู่นานกว่าจะเข้าแจ้งความ การขึ้นโรงพักครั้งนี้ทำให้เห็ดค้นพบว่า เห็ดไม่ได้ยอมคนง่ายอย่างที่เพื่อนๆเข้าใจ การไฟท์เพื่อตัวเองครั้งนี้ได้เปลี่ยนทัศนคติที่เธอมีต่อตัวเองอย่างมาก 1) พอจะสรุปจากต้นจนจบได้ไหมว่า ตอนแรกเรารู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ แล้วพอมันจบแบบนี้ เราเปลี่ยนไปจากตอนแรกอย่างไร เรื่องเกิดจาก เราไปกินเบียร์กับเพื่อนผู้ชายคนนึงที่สนิทกันระดับนึง รู้จักกันมานาน เรียนอยู่ในคณะเดียวกันภาคเดียวกัน เราก็ไปกินเบียร์ แล้วมันก็มานั่งเล่นที่ห้องบ่อย ไม่เคยเกิดเหตุการณ์อะไรแบบนี้ คุยกันหลายเรื่อง จนเราคิดว่าเราก็รู้จักพอสมควร เราก็ไว้ใจมันอ่ะ แล้วตอนกลับมาก็ฝนตกหนัก เขามาส่งที่หอ แล้วก็กลับหอตัวเองไม่ได้ เลยขอนอนด้วย นี่ก็เออๆก็ได้ ตอนจะนอนก็สร่างหน่อยนิดนึงนะ แต่ง่วงมาก เลยจัดๆเตียงให้เอาหมอนข้างขั้นระหว่างกันไปเลย คือไม่กล้าไล่ให้ไปนอนที่พื้นเพราะยังไม่กวาด นอนไปสักพัก ไม่ค่อยชัวร์นะ รู้สึกเหมือนโดนคลำๆ จับนู่นนี่ นี่ก็แบบละเมอป่าววะ ก็พยายามหันหนีมากกว่าตื่นมาโวยวาย เพราะไม่รู้ว่ามันเมาสติครบป่าว แอบกลัวด้วยเพราะเป็นคนที่ชอบพกมีดพกอ่ะ รู้จักนิสัยดี กลัวตกใจที่เราพรวดพลาดแล้วเอาตัวรอด ตอนนั้นแอบคิดเยอะคิดมาก เลยพยายามหันนี้มากสุดเฉยๆ คิดว่าเออๆพรุ่งนี้ต้องคุยละแบบนี้ (พลาดนะที่คิดแบบนั้น) สุดท้ายก็นอนหลับไป พอตอนเช้าเราต้องรีบไปประชุมกับเพื่อนเรา เราจะรีบอาบน้ำ แต่ด้วยสิ่งที่มันทำเมื่อคืนก็รู้สึกไม่ไว้ใจเลยไล่ๆให้ออกจากห้องไปก่อน เขาก็บอกว่าหากระเป๋าตังไม่เจอเดี๋ยวหาเสร็จแล้วจะออก เราก็เออๆ แล้วก็ขี้เกียจรอ เข้าห้องน้ำไป แล้วสักพักตอนอาบน้ำ…

Speakout : 8 คำถามถึงนุ่น

สิงหาคมที่ผ่านมา นุ่นเรียกร้องมหาวิทยาลัยให้เอาผิดรุ่นพี่ร่วมคณะที่ล่วงละเมิดทางเพศ ตอนนี้รุ่นพี่คนนั้นถูกพักการอนุมัติปริญญาบัตร 1 เทอม – เพจ Thaiconsent เลยฝาก 8 คำถาม เพื่อถามความรู้สึกของเธอ

ทำไมมุกตลกข่มขืนถึงไม่ตลก

มีสองเรื่องง่ายๆ ที่อยากให้เข้าใจ 1) ผู้กระทำผิดคิดอะไรอยู่ การละเมิดทางเพศส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากคนแปลกหน้าที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา แต่เกิดจากคนรู้จัก/ใกล้ชิด และพวกเขามักตัดสินใจละเมิดอย่าง “มีเหตุผลเข้าข้างตัวเอง” มารองรับเช่น มองว่าอีกฝ่ายไม่ได้ปกป้องตัวเองมากพอจึงเป็นสาเหตุ (ละเมิดคนเมา/ละเมิดคนนุ่งสั้น/ละเมิดคนที่เดินในซอยเปลี่ยว) มองว่าอีกฝ่ายจะต้องชอบตัวเองในท้ายที่สุด (ในคนที่กำลังจีบกัน/ในคนที่มั่นใจในสถานะของตัวเองมากๆ เช่น มีฐานะ มีอิทธิพล หรือมีหน้าตาที่ดี) มองว่าอีกฝ่ายเป็นสาเหตุของการตัดสินใจ (ต้องการแก้แค้น/มองว่าอีกฝ่ายยั่วก่อน/มองว่าอีกฝ่าย) มองว่าสถานการณ์บังคับให้ตนต้องตัดสินใจเช่นนั้น (ตัวเองไม่มีสติ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้) ใช้โครงสร้างทางอำนาจหรือความสัมพันธ์ ขู่ให้กลัวว่าถ้ามีปัญหากัน เรื่องอื่นๆของเหยื่อจะพังทลาย (ครูลวนลามนักเรียน/สามีฝืนใจภรรยา/เจ้านายกับลูกน้อง/รุ่นพี่รุ่นน้อง/เพื่อนกับเพื่อน/ญาติ/โค้ชกับนักกีฬา/ฯลฯ) มีน้อยเหลือเกินที่จะเป็นคนแปลกหน้าโรคจิต คนละเมิดส่วนมากเชื่อว่า “ตนเองทำสิ่งนี้ได้ เพราะอีกฝ่ายเป็นสาเหตุในการตัดสินใจให้ตนทำแบบนี้”   2) เมื่อถูกละเมิดแล้วมีอุปสรรคอะไร กระบวนการยุติธรรมไม่ได้เป็นเรื่องยากลำบากในตัวเองขนาดนั้น และไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร คนที่ตัดสินใจเข้าแจ้งความหรือต่อสู้จำนวนมากได้เปลี่ยนทัศนคติจากผู้ถูกกดขี่เป็นผู้ที่ได้ต่อสู้เพื่อตัวเอง สิ่งนี้เป็นหัวใจของการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่สิ่งที่ขัดขวางการก้าวข้ามกลับเป็น “ความกังวลของคนรอบข้าง” ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ จะยกตัวอย่างให้ฟังว่า คนที่ถูกละเมิดมักเลือกปรึกษาเพื่อนหรือคนรู้จักก่อนเป็นอันดับแรก โดยปกติแล้วเพื่อนหรือคนรู้จักย่อม “ไม่มีข้อมูลความรู้เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม” และใช้ common sense ในการแนะนำ ทั้งนี้ common sense ของคน มาจากสื่อที่เสพ มาจากสิ่งที่สังคมเชื่อ…

Tea / Consent Analogy : จิบชาว่าด้วยคอนเซ้นท์

     เข้าใจคอนเซ้นแบบง๊ายง่าย by Nattanan Warintarawet      คงเป็นเรื่องน่ากระอักกระอ่วนใจไม่น้อย เวลาจะถามใครสักคนว่า “อยากมีอะไรกันมั้ย” การสื่อสารเรื่องเพศกันอย่าตรงไปตรงมากลายเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าปีนเขาเอเวอเรสต์ เวลาจะพูดแต่ละทีก็ใส่โค้ดลับกันยิ่งกว่าเข้ารหัสอินิกม่า แม้จะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร (ก็แหม หนังสือเรียนสุขศึกษาบอกว่ามีอารมณ์ทางเพศให้ไปเตะบอลนี่! ) แต่ถึงเวลาเข้าด้ายเข้าเข็มกันจริงๆ ก็คงจะไม่มีใครเดินออกจากห้องไปสนามบอลระงับอารมณ์ หลายคนเลยอาจใช้วิธีมโนร้อยแปดตลบ มองตาก็รู้ใจ แค่สบตาก็รู้แล้วว่าสมยอม หรือพออีกฝ่ายไม่ปฏิเสธ ไม่มีสติพอที่จะพูดก็เออออห่อหมกไปว่าอีกฝ่ายตกลง การจินตนาการล้านแปดยิ่งกว่าขูดเลขใบ้หวยกลับกลายทำให้การสื่อสารผิดพลาด นำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศที่สร้างบาดแผลโดยไม่รู้ตัว

เราช่วยป้องกันการละเมิดได้อย่างไร?

เชื่อหรือไม่ว่าเหยื่อหลายคนรอดมาได้เพราะคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วย “ก่อนเกิดเหตุ” เราขอแนะนำให้คุณรู้จักวิธีป้องกันการล่วงเกินทางเพศทีเรียกกันว่า “Bystander Intervention”

พ่อแม่จะสนับสนุนลูกได้อย่างไร ?

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เราดีใจที่คุณอยู่ตรงนี้! เราเข้าใจว่าการเตรียมการช่วยเหลือคนที่เรารักเผชิญกับสิ่งที่ตามมามันยากเย็นอย่างไม่น่าเชื่อ และเราขอขอบคุณที่คุณอยู่ตรงนี้เพื่อพวกเขา

ในผู้ชายล่ะ ?

“ผู้ชายไม่เจอหรอก” คุณอาจเคยพูดประโยคพวกนี้ก็ได้

เซ็กซ์ตอนเมา?

ความสัมพันธ์คลุมเครือแบบนี้นี่มันอะไร??? มาดูกันดีกว่าว่าเมาแล้วเป็นอะไรได้บ้าง